อังกฤษ นิวซีแลนด์ และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียหรืออีเออียู (EAEU) นำโดยรัสเซียแสดงความต้องการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนในโอกาสที่อาเซียนจัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 35

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทมส์ของสิงคโปร์รายงานว่า เจ้าฟ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก พระราชโอรสในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษทรงมีพระดำรัสต่อที่ประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียนเมื่อวานนี้ว่า ที่ประชุมสุดยอดธุรกิจอันเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสหราชอาณาจักรหรือยูเคที่เตรียมจะออกจากสหภาพยุโรป ความเชื่อมโยงของยูเคกับทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ยูเคจะต้องคิดและทำแบบผู้ประกอบการ ควบคู่ไปกับการทำให้เศรษฐกิจมีความหลากหลาย ขณะเดียวกันขอให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ขจัดอุปสรรคการค้าระหว่างประเทศและส่งเสริมการค้ามากกว่ากำหนดระเบียบกฎเกณฑ์มากจนเกินไป

ด้านนายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟของรัสเซียกล่าวว่า อีเออียูที่ประกอบด้วยรัสเซีย อาร์เมเนีย คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และเบลารุส ได้ลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ (FTA) กับเวียดนามเมื่อปี 2558 และกับสิงคโปร์เมื่อเดือนก่อน ขณะนี้กำลังหารือกับหุ้นส่วนอาเซียนอีกหลายประเทศ ขอให้อาเซียนร่วมกับอีเออียูแก้ปัญหาบริษัทไฮเทคผูกขาดเพื่อให้มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์และเปิดทางให้มีแนวคิดที่น่าสนใจใหม่ ๆ

ส่วนนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์นของนิวซีแลนด์กล่าวว่า ปีหน้าจะมีการเจรจารอบแรกเพื่อยกระดับเอฟทีเออาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ที่บังคับใช้ไปตั้งแต่ปี 2553 ขณะเดียวกันนิวซีแลนด์กำลังหาลู่ทางเพิ่มความร่วมมือกับสมาชิกอาเซียน เช่น การให้ทุนการศึกษา การแบ่งปันวิธีทำการเกษตรที่ดี ขอให้ภูมิภาคนี้กระชับความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในยามที่บรรยากาศทางการเมืองมีความไม่แน่นอนและมีการปกป้องทางการค้าเพิ่มขึ้น เพราะช่วงสองปีที่ผ่านมามาตรการปกป้องทางการค้าใหม่ ๆ กระทบต่อการค้าโลกไปแล้วเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 30 ล้านล้านบาท) เป็นเรื่องน่ากังวลทั้งต่อนิวซีแลนด์และอาเซียนที่ล้วนพึ่งพาการค้าโลกและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก