ทายาทเจ้าของร้านเพชร เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนทั้งน้ำตาว่า ตนเองมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง จ.นนทบุรี ทั้งในทะเบียนบ้านและโฉนดที่ดินถูกต้องตามกฎหมายกลับมีชายฉกรรจ์คล้ายทหารหรือตำรวจจำนวนหลายสิบนาย เข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นตนเองไม่ได้อยู่ในบ้าน กลุ่มชายดังกล่าวจึงให้แม่บ้านที่ดูแลอยู่เปิดประตูบ้านก่อนจะเข้าไปทำการเปลี่ยนลูกกุญแจบ้านทั้งหมด

ทำให้ตนเองและน้องสาวคือ น.ส.พิมพ์ลริล ไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้ ตนเองจึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บางศรีเมือง กับ พ.ต.ต.อานนท์ แพรงาม สว.สอบสวน สภ.บางศรีเมือง และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน น้องบี เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ครอบครัวนั้นประกอบกิจการอัญมณีอยู่ที่บ้านหม้อ มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย กว่า 50 ปี จนตกทอดมาถึงรุ่นคุณแม่ก็คือ นางสุคนธกาญจน์ ซึ่งคุณแม่ได้แต่งงานอยู่กินจดทะเบียนสมรสกับนายธนัช คุณพ่อของตน จนมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน คือตนเองและน้องสาว ชีวิตครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุข ประกอบธุรกิจค้าขายอัญมณีเรื่อยมา อย่าไรก็ตาม น้องบีเล่าทั้งน้ำตาว่า ราวๆ ปี 2541 นายประวิทย์ ซึ่งเป็นพี่ชายของคุณแม่ ได้พาเพื่อนนายทหารเรือซึ่งปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้วมาที่บ้านให้ทุกคนได้รู้จัก จนกระทั่งมีความสนิทสนมกับทุกคนโดยเฉพาะคุณแม่กับคุณพ่อก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเมื่อนายทหารคนดังกล่าวมาเที่ยวทุกครั้ง ต่อมาคุณพ่อคือนายธนัชได้หย่าร้างกับคุณแม่เพราะสาเหตุบางประการ ช่วงจังหวะเวลาดังกล่าวทำให้นายทหารคนดังได้เข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมกับคุณแม่ของตนเอง มีการไปไหนมาไหนด้วยกัน