ความงาม: การลดริ้วรอยและแก้ไขรูปหน้าด้วย “โบท็อกซ์-ฟิลเลอร์” ต้องมีวิธีการดูแลที่ถูกต้อง หน้าเรียว ลดกราม ยกกระชับ การลดริ้วรอยและแก้ไขรูปหน้า เป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงานหรือวัยกลางคน เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้สิ่งแรกที่นึกถึงคือ การทำศัลยกรรม และการทำศัลยกรรมย่อมมีความเสี่ยง การฉีดโบท็อกซ์จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สาว ๆ หลายคนสนใจ เพราะมองว่าเป็นทางออกที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ หรือยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่า ทำศัลยกรรมนั่นเอง แต่ก่อนจะฉีดโบท็อกซ์ เรามาลองทำความรู้จักกับเจ้าโบท็อกซ์ตัวนี้กันก่อนค่ะ

โบท๊อกซ์ (Botox) หรือ Botulinum Toxin คือสารจากธรรมชาติ เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดตัว ผลที่เกิดขึ้นหลังการฉีด ตัวยาจะจับตัวกับปลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยดูลดเลือนไป เมื่อกล้ามเนื้อไม่เกร็งตัวแล้ว และยังจะส่งผลในการปรับลดขนาดกล้ามเนื้อด้วย ทำให้ได้ผลในส่วนของ การลดกราม ที่สาวๆต้องการนั่นเอง
เราควรศึกษาข้อมูลก่อนการฉีดโบท็อกซ์ รวมถึงการเตียมตัวทั้งก่อนและหลังการฉีด โดยการ

– งดในกลุ่มที่ ลดการแข็งตัวของเลือด และยาแก้ปวดบางชนิด เช่น ยาแอสไพรินและยาในกลุ่มเอ็นเสดส์ (NSAIDs) เพราะมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวและทำให้เลือดออกแล้วหยุดยาก อาจทำให้รอยเขียวช้ำจากอาการเลือดออกใต้ผิวหนังเพิ่มขึ้น
– งดการสครับหน้าและขัดหน้า เป็นเวลา 2-3 วันก่อนการฉีดโบท็อกซ์ ทั้งนี้ก็เพื่อลดความเสี่ยง ลดรอยฟกช้ำหากมีโรคประจำตัว
– หรือเคยมีประวัติการแพ้ยาหรืออาหารเสริม อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ก็ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ส่วนการปฏิบัติตนหลังฉีดโบท็อกซ์มาแล้ว ต้องมีการปรับการใช้ชีวิตประจำวันให้เหมาะสม โดยหลังฉีดเสร็จ ไม่ควรจับ ลูบคลำ หรือนวดเฟ้นบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา

การปฏิบัติตนหลังฉีดโบท็อกซ์ในช่วงระยะเวลาต่างๆ ได้แก่

2-3 ชั่วโมง
ให้พยายามใช้กล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน เช่น ยิ้ม ขมวดคิ้ว ยักคิ้ว ทุก 15 นาที ติดต่อกันนาน 1 ชั่วโมง
ถ้าฉีดกรามก็ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง 15-30 นาที ควรขยับกล้ามเนื้อเพื่อช่วยให้สารโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปกระจายตัวได้ดีขึ้น

4 ชั่วโมง

ไม่ควรนอนราบ นอนตะแคง หรือเคลื่อนไหวในท่าก้มหัว เพราะใน 4 ชั่วโมงแรกนี้ เป็นช่วงที่ยาซึมเข้ากล้ามเนื้อ การนอนตะแคงจะทำให้การกระจายตัวของยาผิดจากตำแหน่งที่แพทย์คาดการณ์ไว้ได้จนเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการตามมาได้
ควรนั่งตัวตรงหรือยืน และหลังจาก 4 ชั่วโมงไปแล้วจึงสามารถนอนหรือตะแคงได้ตามปกติ

24 ชั่วโมง

ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว อาจทำให้รอยแผลจากเข็มฉีดยาหายช้ากว่าปกติ และจะเป็นการล้างสารโบท็อกซ์ที่ฉีดไปอีกด้วย ทำให้มีประสิทธิภาพลดลงกว่าที่คาดหวัง

1 วัน

สามารถแต่งหน้า และทาครีมบำรุงต่างๆได้ตามปกติ

2-3 วัน

บางรายมีอาการปวดหัว แต่อาการนี้สามารถหายไปได้เอง
แนะนำให้ประคบเย็น ไม่ให้นวดหรือประคบน้ำอุ่น บางครั้งแพทย์อาจให้ยาทาหรือยากินที่ช่วยให้รอยเขียวช้ำหายได้เร็วขึ้น

1 สัปดาห์

สามารถทำทรีตเมนต์อื่นๆ ได้ตามปกติ ยกเว้น การนวดหน้าแรง ๆ การอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ ทำ RF หรือไอออนโตที่หน้า เพราะพลังงานความร้อนจะไปสลายโบท็อกซ์ทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซึ่งสามารถทำได้หลังจากพักหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์

7-10 วัน

อาจยังมองเห็นรอยเขียวช้ำ ซึ่งเกิดจากปลายเข็มสะกิดถูกเส้นเลือด (สามารถหายเป็นปกติได้ใน 7-10 วัน)
สำหรับการดูแลระยะยาว

หลังจากฉีดฟิลเลอร์-โบท็อกไม่ควรไปอยู่ในที่ร้อน ๆ เช่น เล่นโยคะร้อน เข้าห้องซาวน่า หรืออบสมุนไพร เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น สามารถรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตประจำวันอื่นๆได้ตามปกติ และควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผล และรับคำแนะนำที่ถูกต้องสำหรับการดูตัวเองต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ผลของโบท็อกนั้นมีระยะเวลา การฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 4-5 เดือน เมื่อตัวยาหมดฤทธิ์แล้วก็หมายความว่าหน้าของคุณจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ถ้ายังอยากมีหน้าเรียวแลดูอ่อนเยาว์อยู่ ก็ต้องเสียเงินไปฉีดซ้ำอีกครั้งนั่นเอง